เราได้จัดทำประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อแจ้งให้ลูกค้าทราบว่า เราใช้คุกกี้เพื่อเก็บรวบรวมรักษาการใช้งาน และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านมอบให้เราผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายนี้เมื่อใช้บริการของลีเรคโกย่อมแสดงว่าคุณยินยอมที่จะให้เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถตรวจสอบสถานะการใช้งานของคุกกี้หรือปฏิเสธการใช้งานของคุกกี้ในเบราส์เซอร์ของท่านได้ ข้อกำหนดการใช้งานและนโยบายความเป็นส่วนตัว

ปิดหน้านี้


ปิดหน้านี้

Error


ระบบกำลังประมวลผล กรุณารอสักครู่


หมวดหมู่
อุปกรณ์เทคโนโลยี (419)
เครื่องทำลายเอกสาร (22)
เครื่องทำลายเอกสาร (22)
ดูทั้งหมด
ค้นหาจากผลลัพท์ที่ได้
ข้อเสนอของเรา
โปรโมชั่น (8)
search.totalHits > 0 = true user.userSettings.cmsSettings.enable = true user.userSettings.cmsSettings.facetEnable = true search.displayFacetBlock = true search.facets empty = false search.facets size = 5
วัตถุที่ทำลายได้
ลวดเย็บกระดาษ (18)
ลวดเสียบกระดาษ (18)
บัตรเครดิต (16)
ซีดี/ดีวีดี (15)
ยี่ห้อ
FELLOWES (17)
NEOCAL (3)
LEITZ (2)
รูปแบบการตัด
ตัดย่อย (12)
ตัดตรง (5)
ตัดป่นละเอียด (5)
ระบบการป้อนกระดาษ
ใช้มือ (20)
อัตโนมัติ (2)
ระดับความปลอดภัย
DIN P-4 (12)
DIN P-5 (5)
DIN P-2 (3)
DIN P-1 (2)
   

แบรนด์สินค้าแนะนำ

       

ข่าวประชาสัมพันธ์

LINE @lyreco
มาเป็นเพื่อนกับเรา เพื่อรับข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆจากลีเรคโก

คลิกที่นี่

We are here for you!
เพื่อให้ธุรกิจของคุณกลับมาดำเนินได้อย่างปลอดภัย

คลิกที่นี่

เครื่องทำลายเอกสาร

  ( 22  สินค้า )

เครื่องทำลายเอกสาร 

เครื่องทําลายเอกสาร หรือ เครื่องย่อยเอกสาร จัดเป็นอุปกรณ์สำนักงานอย่างหนึ่งที่ไว้ใช้สำหรับการทำลายเอกสารที่ไม่ใช้แล้ว หรือเอกสารสำคัญที่มีการระบุข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สัญญาการซื้อขาย ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ต่างๆ แม่แบบสินค้าใหม่ ข้อมูลเงินเดือน รายงานทางการเงิน เอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร บันทึกข้อตกลงของลูกค้า เป็นต้น เอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารที่บริษัทไม่สามารถทิ้งไปแบบทั้งแผ่นได้ทันที แต่ต้องมีการทำลายให้เรียบร้อยเสียก่อน เพื่อป้องกันการเผยแพร่ของข้อมูล โดยอาศัยเครื่องทําลายเอกสาร เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว และทำลายแบบละเอียดได้ตามระดับที่ต้องการ

และเนื่องด้วยในปัจจุบันมีการกำหนด พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือ PDPA ซึ่งย่อมาจาก Personal Data Protection Act B.E. 2562 (2019) ซึ่งเป็น พ.ร.บ.หรือกฏหมายว่าด้วยเรื่องการให้สิทธิ์กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สร้างมาตรฐานการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัย และนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ตามคำยินยอมที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต หรือ อธิบายง่ายๆคือ พ.ร.บ.นี้ กำหนดขึ้นมาเพื่อคุ้มครองเจ้าของข้อมูลจากการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวต่างๆ ที่มาพร้อมบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ทำให้ภาคธุรกิจไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็ก องค์กรขนาดกลาง หรือองค์กรขนาดใหญ่ก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายระบุไว้อย่างเคร่งครัด ทั้งต่อข้อมูลและชื่อเสียงของทางบริษัทเองรวมไปถึงข้อมูลของลูกค้าและพนักงานด้วยเช่นกัน

บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject) คือ ตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น และไม่รวมถึงนิติบุคคล (Juristic Person) ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย เช่น บริษัท สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรอื่นใด

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) คือ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) คือ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าว ต้องไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

ตัวอย่างข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)

  • ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น
  • เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง
  • เลขบัตรประกันสังคม เลขใบอนุญาตขับขี่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขบัญชีธนาคาร เลขบัตรเครดิต (การเก็บเป็นภาพสำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาบัตรอื่นๆ ที่มีข้อมูลส่วนบุคคล)
  • ที่อยู่ อีเมล โทรศัพท์
  • ข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือ เช่น IP Address, MAC Address, Cookie ID
  • ข้อมูลทางชีวมิติ (Bio-metric) ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพใบหน้า ลายนิ้วมือ ฟิล์มเอ็กซ์เรย์ ข้อมูลสแกนม่านตา ข้อมูลอัตลักษณ์เสียง ข้อมูลพันธุกรรม
  • ข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น ทะเบียนรถ โฉนดที่ดิน
  • ข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงไปยังข้อมูลข้างต้นได้ เช่น วันเกิด

สถานที่เกิด เชื้อชาติ สัญชาติ น้ำหนัก ส่วนสูง ข้อมูลตำแหน่งที่อยู่

  • ข้อมูลการแพทย์ ข้อมูลการศึกษา ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลการจ้างงาน
  • ข้อมูลหมายเลขอ้างอิงที่เก็บไว้ในไมโครฟิล์ม
  • ข้อมูลการประเมินผลการทำงานหรือความเห็นของนายจ้างต่อการทำงานของลูกจ้าง
  • ข้อมูลบันทึกต่างๆ ที่ใช้ติดตามตรวจสอบกิจกรรมต่างๆ ของบุคคล เช่น Log Files
  • ข้อมูลที่ใช้ค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลอื่นในอินเทอร์เน็ต

ตัวอย่างข้อมูลละเอียดอ่อน (Sensitive Data)

  • เชื้อชาติ ชาติพันธุ์
  • ความคิดเห็นทางการเมือง
  • ความเชื่อทางศาสนา หรือปรัชญา
  • พฤติกรรมทางเพศ
  • ประวัติอาชญากรรม
  • ข้อมูลด้านสุขภาพ ความพิการ
  • ข้อมูลสหภาพแรงงาน
  • ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลสุขภาพ (เช่น ใบรับรองแพทย์)
  • ข้อมูลอื่นใดที่กระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน

ข้อมูลแบบไหนที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล

  • เลขทะเบียนบริษัท
  • ข้อมูลสำหรับการติดต่อทางธุรกิจที่ไม่ได้ระบุถึงตัวบุคคล เช่น หมายเลขโทรศัพท์ แฟกซ์ที่ทำงาน ที่อยู่สำนักงาน อีเมลที่ใช้ทำงาน อีเมลบริษัท เช่น orders@lyreco.com
  • ข้อมูลนิรนาม ข้อมูลแฝง ข้อมูลที่ถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีกโดยวิธีทางเทคนิค
  • ข้อมูลผู้ตาย
  • ข้อมูลนิติบุคคล

ดังนั้นการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลละเอียดอ่อนจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เครื่องทำลายเอกสารจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการทำลายเอกสารเหล่านี้ แม้ว่าเครื่องทำลายเอกสารจะมีผลลัพธ์ในการทำลายข้อมูลในเอกสารเหมือนกัน แต่การเลือกซื้อเครื่องทำลายเอกสารนั้นไม่ได้เลือกเพียงแค่ความทนทานหรือความน่าเชื่อถือของแบรนด์เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆด้วย เช่น ระดับความปลอดภัยของข้อมูล ปริมาณเอกสาร และความถี่ในการใช้งานด้วย โดยหลักๆจะเปิดเป็น 2 ประเภทดังนี้

 ประเภทเครื่องทำลายเอกสาร

  1. เครื่องทำลายเอกสารแบบมือหมุน

เครื่องทำลายประเภทนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในออฟฟิศขนาดเล็กหรือการใช้งานส่วนตัวแบบวางข้างโต๊ะ เครื่องทำลายเอกสารประเภทนี้สามารถทำลายเอกสารได้ครั้งละไม่มาก สามารถทำลายได้เฉพาะกระดาษ ไม่สามารถทำลายแผ่นซีดีและบัตรเครดิตได้ ความปลอดภัยของข้อมูลต่ำและใช้เวลานานในการทำลายเอกสารเมื่อเทียบกับเครื่องแบบไฟฟ้าจึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมในกลุ่มธุรกิจ (Lyreco ไม่ได้จำหน่าย)

  1. เครื่องทำลายเอกสารแบบไฟฟ้า

เครื่องทำลายประเภทนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในออฟฟิศตั้งแต่ขนาดเล็กไปถึงออฟฟิตขนาดใหญ่ เครื่องทำลายเอกสารประเภทนี้สามารถทำลายเอกสารได้หลายแผ่นต่อครั้ง สามารถทำลายกระดาษได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน สามารถทำลายเอกสารได้หลายขนาด แต่โดยมากจะเป็นกระดาษขนาด A4 นอกจากนี้เครื่องทำลายเอกสารแบบไฟฟ้าส่วนใหญ่ไม่เพียงแต่ใช้ย่อยทำลายเอกสารประเภทกระดาษเท่านั้น แต่ยังสามารถทำลายแผ่นซีดีหรือบัตรเครดิตได้อีกด้วย โดยเครื่องทำลายเอกสารแบบไฟฟ้า ยังสามารถแยกออกได้ตามระบบการฟีดกระดาษ แบบแมนนวล และแบบอัตโนมัติ

  • เครื่องทำลายเอกสารระบบฟีดกระดาษแบบแมนนวล (Manual feed paper shredder) ทำลายเอกสารตามที่ต้องการ โดยการป้อนเอกสารเข้าไปเองตามจำนวนที่เครื่องสามารถทำลายได้ในแต่ละครั้ง ไม่สามารถวางเอกสารทั้งหมดลงไปได้ในครั้งเดียว
  • เครื่องทำลายเอกสารระบบฟีดกระดาษแบบอัตโนมัติ (Auto feed shredder) ทำลายเอกสารโดยการดึงกระดาษเข้าไปทำลายเองอัตโนมัติ เพียงวางเอกสารถที่ต้องการทำลายลงในช่องที่กำหนด ไม่ต้องคอยป้อนเอกสาร สะดวกสบาย เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดเวลาในการทำงาน สามารถวางเอกสารทิ้งไว้ในเครื่องแล้วไปทำอย่างอื่นได้

รูปแบบการตัด ระดับความปลอดภัยที่ต้องการ

  1. ตัดตรง (Strip-cut) เป็นการทำลายเอกสารโดยการตัดเอกสารแบบตัดตรง สามารถตัดกระดาษขนาด A4 เป็นเส้น ประมาณ 34 ชิ้น

ระดับความปลอดภัย : DIN P-1 และ P-2

  1. ตัดย่อย (Cross-cut) เป็นการทำลายเอกสารโดยการตัดเอกสารแบบตัดย่อย ตัดกระดาษขนาด A4 เป็นชิ้น ประมาณ 200 ชิ้น

ระดับความปลอดภัย : DIN P-3 และ P-4

  1. ตัดป่นละเอียด (Micro-cut) เป็นการทำลายเอกสารโดยการตัดเอกสารแบบตัดป่นละเอียด ตัดกระดาษขนาด A4 เป็นชิ้้นเล็กๆ ประมาณ 2,500 ชิ้้น

ระดับความปลอดภัย : DIN P-5 และ P-6

*มาตรฐาน DIN 66399 ของประเทศเยอรมนี ซึ่งบ่งบอกถึงวิธีที่ข้อมูลต้องถูกทำลาย มาตรฐานนี้ทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกสามารถทำลายข้อมูลได้ด้วยมาตรฐานขั้นสูง

การเลือกเครื่องทำลายเอกสาร

  1. ใช้เครื่องทำลายเอกสารที่ไหน?
  • ใช้ส่วนตัว วางข้างโต๊ะ ใช้งาน 1 คน
  • กลุ่มทำงาน ใช้งาน 1-3 คน
  • ออฟฟิตขนาดกลาง ใช้งาน 1-5 คน
  • ออฟฟิตขนาดกลาง - ขนาดใหญ่ ใช้งาน 5-10 คน

จำนวนผู้ใช้งานหรือจำนวนเอกสารที่ต้องการทำลาย มีผลต่อการพิจารณาถึงความสามารถสามารถในการรองรับจำนวนแผ่นกระดาษที่เครื่องสามารถทำลายได้สูงสุดกี่ใบ ความเร็วในการทำลายเอกสาร รวมไปถึงขนาดถังบรรจุ เมื่อเวลาทำลายเอกสารแล้ว เพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ เช่น โดยทั่วไปจะมีขนาดถังเริ่มต้นที่ 12-14 ลิตร เหมาะกับปริมาณเอกสารน้อย หรือจะเป็นถังบรรจุใหญ่ ๆ ขนาด 26 ลิตร สำหรับปริมาณเอกสารที่ทำลายมาก ซึ่งก็ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

  1. ระดับความปลอดภัยที่ต้องการ?
  • ตัดตรง (Strip-cut) ระดับความปลอดภัย : DIN P-1 และ P-2
  • ตัดย่อย (Cross-cut) ระดับความปลอดภัย : DIN P-3 และ P-4
  • ตัดป่นละเอียด (Micro-cut) ระดับความปลอดภัย : DIN P-5 และ P-6
  1. ฟีเจอร์เพิ่มเติมอื่นๆ
  • ระบบป้องกันกระดาษติด หรือ ระบบเตือนหรือตัดไฟอัตโนมัติ

หากเอกสารติดเครื่อง ระบบจะหยุดทำงานและถอยหลังอัตโนมัติ

  • ระบบความปลอดภัย เครื่องจะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ

เมื่อมือสัมผัสกับช่องใส่กระดาษ เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายจากใบมีดในเครื่อง

  • ระบบประหยัดพลังงาน

เพื่อลดอัตตราการกินไฟและปิดเครื่องอัตโนมัติหากไม่มีการใช้งาน

  • ระดับเสียง ในขณะเครื่องทำงาน ระดับเสียงในการทำงานของเครื่องทำลายเอกสารไม่ควรดังเกินไป เพราะอาจทำให้รบกวนการทำงานของเพื่อนร่วมงาน บางรุ่นมีเทคโนโลยีที่ช่วยลดเสียงดังขณะเครื่องทำงาน
  • วัสดุใดบ้างนอกเหนือจากกระดาษที่เครื่องสามารถทำลายได้ เช่น บัตรเครดิต ลวดเย็บกระดาษ คลิปหนีบกระดาษ หรือแผ่นซีดี เป็นต้น
  • ระบบแจ้งเตือนแสดงไฟสถานะ เมื่อถังบรรจุกระดาษเต็ม

 

ท่านได้ลงทะเบียนแจ้งรับการเตือนเมื่อมีสินค้าในสต๊อก

product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?
product
เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกใหม่?

คู่ค้าของเรา