เราได้จัดทำประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อแจ้งให้ลูกค้าทราบว่า เราใช้คุกกี้เพื่อเก็บรวบรวมรักษาการใช้งาน และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านมอบให้เราผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายนี้เมื่อใช้บริการของลีเรคโกย่อมแสดงว่าคุณยินยอมที่จะให้เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถตรวจสอบสถานะการใช้งานของคุกกี้หรือปฏิเสธการใช้งานของคุกกี้ในเบราส์เซอร์ของท่านได้ ข้อกำหนดการใช้งานและนโยบายความเป็นส่วนตัว

ปิดหน้านี้


ปิดหน้านี้

Error


ระบบกำลังประมวลผล กรุณารอสักครู่


หมวดหมู่
ดูทั้งหมด
ค้นหาจากผลลัพท์ที่ได้
Promotion
search.totalHits > 0 = true user.userSettings.cmsSettings.facetEnable = true search.displayFacetBlock = true search.facets empty = false search.facets size = 8
ยี่ห้อ
ดูทั้งหมด
สี
ดูทั้งหมด
การเชื่อมต่อ
โฮสต์อินเตอร์เฟส
วิธีการจับ
เทคโนโลยี
จำนวนปุ่ม
วัสดุ
   

แบรนด์สินค้าแนะนำ

       

ข่าวประชาสัมพันธ์

Lyreco Newsroom
ติดตามข้อมูลข่าวสารล่าสุดและสาระดีๆ จากลีเรคโก

คลิกที่นี่

ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ด้วยการเลือกการจัดส่งรูปแบบใหม่ "ให้ลีเรคโกเลือกวันจัดส่ง"

คลิกดูเพิ่มเติม

เมาส์และคีย์บอร์ด

  ( 57  สินค้า )

เมาส์และคีย์บอร์ด

เมาส์และคีย์บอร์ด อุปกรณ์ที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนต้องมีอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือคอมพิวเตอร์พกพาทั้ง แล็ปท็อป (Laptop) และโน้ตบุ๊ค (Notebook) เมาส์และคีย์บอร์ดก็เป็นตัวช่วยที่ทำให้การใช้งานคอมพิวเตอร์สะดวกมากยิ่งขึ้น การป้อนข้อมูลต่างๆเข้าคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ การเลือกซื้อเมาส์และคีย์บอร์ด สามารถทำได้ทั้งแบบแยกกันระหว่างเมาส์และคีย์บอร์ด หรือเลือกซื้อเป็นชุดเมาส์และคีย์บอร์ดคู่กัน การซื้อเป็นเซตเช่นนี้ก็ทำให้สามารถซื้อเมาส์และคีย์บอร์ดได้ในราคาที่ถูกลง มีดีไซน์และวัสดุที่ดูเข้ากัน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิดนี้กันว่ามีกลไกการทำงานหรือฟังก์ชั่นพิเศษอะไรให้เราได้เลือกใช้กันบ้าง

“เมาส์” หรือที่หลายคนอาจสะกดตามการอ่านออกเสียงเป็น เม้าส์ คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมตัวชี้หรือเคอร์เซอร์บนจอคอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์สำคัญในการใช้งานคอมพิวเตอร์ชิ้นหนึ่ง เมาส์ได้ชื่อมาจากรูปร่างของตัวมันเอง และสายไฟ ซึ่งมีลักษณะคล้ายหนู (Mouse) และหางหนู และขณะเดียวกันการเคลื่อนที่ของตัวชี้บนหน้าจอก็มีลักษณะการเคลื่อนที่ไม่มีทิศทางเหมือนการเคลื่อนที่ของหนูอีกด้วย เม้าส์ส่งผลกระทบมากมายต่อผู้ใช้งาน ทั้งในด้านประสิทธิภาพการทำงาน และเรื่องของความเมื่อยล้า ในปัจจุบันจึงมีการออกแบบเมาส์ให้มีรูปร่าง ลักษณะ สีสัน และฟังก์ชั่น ต่างๆกัน เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละประเภทและความชื่นชอบของผู้ใช้ การเลือกเมาส์ดีๆมาใช้สักตัว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างแรกไม่ใช่ความสวยงาม แต่เป็นความถนัดในการจับใช้งาน เมาส์ที่ดีควรเป็นเมาส์ที่มีขนาดพอดีกับมือ นอกจากความถนัดแล้วจุดประสงค์ของการใช้งานเมาส์ก็มีหลากหลายรูปแบบ เรามาทำความรู้จักกันดีกว่าว่าเม้าส์ที่เราใช้กันอยู่ มีคุณสมบัติหรือฟังก์ชั่นการทำงานแบบไหนบ้าง และการที่เราจะเลือกเมาส์เพื่อการใช้งานของเราควรดูจากอะไรบ้าง

  1. วิธีการจับเมาส์หรือการเลือกเม้าส์ที่เข้ากับมือ

เคยสังเกตหรือไม่ว่า วิธีการจับเมาส์ของเราเป็นแบบไหน ซึ่งวิธีการจับเมาส์สามารถนำมาใช้เลือกซื้อเมาส์ที่เหมาะสมได้ โดยผู้คนส่วนใหญ่มักจะมีการจับเมาส์อยู่ประมาณ 3 รูปแบบหลัก ๆ ดังนี้

  • การจับแบบวางฝ่ามือ คือการจับแบบใช้ฝ่ามือเพื่อเลื่อนเมาส์ไปมา เมาส์ที่ใช้ควรมีรูปทรงที่โค้งกว่าและจับได้เต็มมือ ซึ่งให้พื้นที่ในการพักฝ่ามือลงบนเมาส์ การจับเมาส์รูปแบบนี้จึงต้องคำนึงถึงการใช้ฝ่ามือในการเลือกหาเมาส์คู่ใจ การจับเมาส์แบบนี้สามารถช่วยลดอาการปวดเมื่อยของข้อมือและนิ้วมือได้
  • การจับแบบใช้นิ้วมือ คือการจับหรือควบคุมเมาส์ด้วยนิ้วมือ เมาส์ที่มีขนาดกะทัดรัด รูปทรงเพรียวบาง น้ำหนักเบา ง่ายต่อการควบคุมด้วยนิ้วมือ จะมีความเหมาะมากที่สุด นอกจากนั้นยังทำให้พกพาได้สะดวกอีกด้วย
  • การจับแบบใช้อุ้งมือ คือการจับเมาส์ด้วยการวางเพียงส่วนล่างของฝ่ามือลงบนเมาส์และงอนิ้วมือจรดเมาส์ รูปแบบการจับเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงขนาดและรูปร่างของเมาส์มากนัก สามารถเลือกใช้งานเมาส์ได้ทุกรูปแบบ

      2. การออกแบบตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics)

การยศาสตร์ คือ การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้คนและสภาพแวดล้อมการทำงาน เพื่อปรับปรุงท่าทาง ประสิทธิภาพและความสบาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกแบบเพื่อผู้คนและการสร้างสรรค์เครื่องมือที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้มากขึ้น หลักการนี้คำนึงถึงสิ่งต่างๆเหล่านี้

  • ท่าทางเป็นธรรมชาติมากขึ้น การจัดวางมือ ข้อมือและแขนท่อนปลายในท่าทางที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ช่วยผ่อนคลายร่างกายส่วนบน
  • กล้ามเนื้ออ่อนล้าลดลง ท่าทางเป็นธรรมชาติมากขึ้นส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานลดลงอย่างมาก หมายความว่าสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่กล้ามเนื้อหลักอ่อนล้าลดลง
  • เพิ่มความสบาย การลดแรงกด ความตึง การบิด และการหักงอพร้อมกับเพิ่มการรองรับนำไปสู่ความสบายที่ดีขึ้นทันตา รวมถึงในระยะยาวด้วย
  • สวัสดิภาพที่ดีขึ้น ร่างกายที่รู้สึกไม่สบายนำไปสู่อารมณ์ที่ตึงเครียด การเพิ่มความสบาย จึงเป็นการให้อิสระแก้ผู้ทำงานและมีสมาธิอยู่กับสิ่งที่สำคัญได้ดียิ่งขึ้น

ในปัจจุบันจึงมีการออกแบบเมาส์ให้มีขนาดและดีไซน์ ตามหลักการยศาสตร์ เพื่อเพิ่มความสบายในการใช้งาน และลดอาการเมื่อยล้า เมาส์แบบ Ergonomic หรือเรียกอย่างง่ายๆว่า เมาส์แนวตั้ง เป็นเมาส์ที่ออกแบบมาให้ขณะใช้งานมือของเราวางเป็นแนวตั้ง อาจตั้งมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น หรือบางรุ่นก็สามารถปรับระดับองศาได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ในบางรุ่นก็ยังออกแบบเป็นเมาส์ Trackball ที่ใช้นิ้วโป้งกลิ้งลูกบอลแทนการลากเมาส์ ทำให้ไม่ต้องลากมือไปมา ช่วยลดความเมื่อยล้าได้มากขึ้นอีกด้วย เมาส์ Ergonomic ส่วนใหญ่แล้วจะมีราคาสูงกว่าเมาส์ปกติ โดยจะมีให้เลือกหลายรุ่นหลายแบรนด์

    3. ชนิดของเซนเซอร์

ชนิดของเซ็นเซอร์เมาส์ส่วนใหญ่มีให้เลือกใช้ 2 แบบ ได้แก่ เซ็นเซอร์ออปติคัลและเซ็นเซอร์เลเซอร์

เซ็นเซอร์ออปติคัล : คือเมาส์ที่ทำงานผ่านเซ็นเซอร์ออปติคัล เป็นเมาส์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ข้อดี

ข้อเสีย

ราคาประหยัด

ต้องใช้งานร่วมกับแผ่นรองเมาส์ ไม่สามารถใช้งานบนพื้นผิวที่มันวาวหรือกระจกได้

เหมาะกับการใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้นทั่วไป

มีความแม่นยำและการตอบสนองน้อยกว่าเมาส์เซ็นเซอร์เลเซอร์

เหมาะกับการใช้เมาส์เพื่อเล่นเกมส์

การใช้งานแบบไร้สายกินไฟมากกว่าเมาส์เซ็นเซอร์เลเซอร์

 

เซ็นเซอร์เลเซอร์ : คือเมาส์ทำงานผ่านเซ็นเซอร์เลเซอร์มีความไวและแม่นยำสูง

ข้อดี

ข้อเสีย

มีความแม่นยำสูงตอบสนองทุกเคลื่อนไหวทุกทิศทาง

ราคาสูง อาจแพงเกินไปสำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้น

ใช้ได้กับทุกพื้นที่ผิว แม้แต่พื้นผิวมันวาวหรือกระจก

การตอบสนองไวเกินไป อาจทำให้เกิดความผิดพลาด

กินไฟน้อยกว่าเมาส์เซ็นเซอร์ออปติคัล

 

เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่นงานกราฟฟิก

 

  1. ความไวของเมาส์ (DPI)

DPI (Dot Per Inch) คือ หน่วยวัดค่าความไวของเมาส์ ซึ่งมันเป็นค่าที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อคุณเลื่อนเมาส์ไปเป็นระยะทาง 1 นิ้ว ตัวชี้หรือเคอร์เซอร์ในหน้าจอเคลื่อนที่ไปได้กี่พิกเซล ถ้าเมาส์มีค่า DPI สูงความไวของเมาส์ก็จะยิ่งสูงขึ้น พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเมาส์ มีค่า DPI สูง แค่ลากเมาส์เพียงระยะสั้น ๆ ตัวชี้ หรือเคอร์เซอร์ ก็สามารถไปได้ทั่วทั้งหน้าจอ แผ่นรองเมาส์อันเล็ก ๆ มันก็เพียงพอสำหรับการควบคุม หน้าจอคอมฯ ขนาดใหญ่ กลับกันหากเมาส์มีค่า DPI ต่ำ แต่นำไปใช้กับหน้าจอขนาดใหญ่ คุณก็จะต้องใช้พื้นที่ในการลากเมาส์มากขึ้น เพื่อให้เคอร์เซอร์ไปทั่วทั้งหน้าจอ ในปัจจุบันมีเมาส์บางรุ่นที่สามารถปรับหรือตั้งค่า DPI ได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

      5. ฟังก์ชั่นเสริม

ไม่ว่าจะเป็นเมาส์ไร้สายหรือเแบบสายหากเป็นเมาส์ในแบบทั่วไปจะมีปุ่มกด 3 ปุ่ม เมาส์ในบางรุ่นมีปุ่มเสริมคอยอำนวยความสะดวก เช่น ปุ่มกดถัดไป, ปุ่มกดย้อนหลัง, ปุ่มเพิ่มลด DPI, ปุ่มสลับเครื่องคอมพิวเตอร์อัตโนมัติ และมีโปรแกรมตั้งค่าแต่ละปุ่มกดให้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละคน ปุ่มพวกนี้ช่วยทำงานได้สะดวกมากขึ้น แต่หากไม่ได้ต้องการปุ่มเยอะมากเกินไปเมาส์ที่มีปุ่มกด 3 ปุ่มเพียงพอในการใช้งาน นอกจากนั้นยังมีเมาส์อีกประเภท คือ เมาส์เสียงเงียบหรือ (Silent touch mouse) เหมาะสำหรับการทำงานในออฟฟิต หรือการประชุมที่ไม่ต้องการเสียงรบกวน

“คียบอร์ด” หรือ แป้นพิมพ์ เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการส่งข้อมูลเข้าไปในคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลที่ถูกป้อนเข้าไปจะเป็นทั้ง ตัวอักษร, อักขระพิเศษ, ตัวเลข รวมไปถึงชุดคำสั่งต่าง ๆ หากไม่มีคียบอร์ดการใช้งานคอมพิวเตอร์คงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ดังนั้นคียบอร์ดจึงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก ๆ ในการใช้งานคอมพิวเตอร์

  1. ประเภทของคีย์บอร์ด
  • คีย์บอร์ดแบบมาตรฐาน หรือคีย์บอร์ดแบบดั้งเดิม คีย์บอร์ดประเภทนี้จะมีขนาดใหญ่ รูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นคีย์บอร์ดที่นิยมใช้กันทั่วไป มีราคาประหยัด หาซื้อง่าย เป็นต้นแบบของคีย์บอร์ดชนิดอื่น ๆ โดยจะประกอบไปด้วยปุ่มตัวอักษร ตัวอักขระต่าง ๆ ปุ่มลูกศรทิศทาง บน/ล่าง/ซ้าย/ขวา ใช้ในการควบคุมทิศทาง ปุ่มฟังก์ชันที่ใช้เป็นทางลัดในการใช้งานบางประเภทสะดวกมากยิ่งขึ้น และปุ่มตัวเลข
  • คีย์บอร์ดแบบมีปุ่มพิเศษ คีย์บอรด์ประเภทนี้จะมีปุ่มพิเศษต่างๆ ปุ่มสำหรับเล่นเพลง เปิดเว็บไซต์ หรือที่เรียกว่า ปุ่ม Media center หรือปุ่มลัดที่ใช้เปิดโปรแกรมที่ใช้งานบ่อยอื่นๆ นอกจากนั้นส่วนใหญ่ยังมีปุ่มสำหรับควบคุมความดังของเสียง ปุ่มปิด/เปิดเสียง ก็เพื่มความสะดวกสบายไม่น้อยกับผู้ใช้งาน
  • คีย์บอร์ดเล่นเกมส์ (Gaming keyboard) คือคีย์บอร์ดที่มีลูกเล่นเพิ่มมากขึ้นกว่าคีย์บอร์ดทั่วไป นอกจากเรื่องความสวยงาม วัสดุดีกว่าคีย์บอร์ดธรรมดาแล้ว คีย์บอร์ดเล่นเกมยังรวมมีปุ่มเพิ่มขึ้นมาอีกเยอะ มีการจัดวางปุ่มให้เหมาะสำหรับการเล่นเกมส์มากขึ้น หรือการเลือกรูปแบบการใช้งานของปุ่มกด เพื่อเพิ่มอรรถรสสำหรับการเล่นเกมส์โดยเฉพาะ โดยส่วนใหญ่แล้วคีย์บอร์ดเล่นเกมจะมีปุ่มมัลติมีเดีย ต่าง ๆ เช่น ปุ่มเพิ่มเสียง-ลดเสียง ปุ่มเปิดอินเตอร์เน็ต คีย์บอร์ดเล่นเกมบางรุ่นจะมีช่องต่อต่าง ๆ มาให้ด้วย โดยส่วนใหญ่จะเป็นช่องเสียบ USB ไมค์ และลำโพง ซึ่งช่วยให้การงานสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปเสียบตรงช่องด้านหลังของคอมฯ เหมือนกับการใช้คีย์บอร์ดทั่วไป และ จุดเด่นสำคัญของคีย์บอร์ดเล่นเกมอีกอย่าง คือ การเปลี่ยนระบบปุ่มยาง มาเป็น ปุ่มแบบ Mechanical  ซึ่งทำให้คีย์บอร์ดมีความสามารถในการตั้งมาโครหรือทำให้เรากดปุ่มพร้อมกันได้หลายปุ่ม ซึ่งถ้าเป็นคีย์บอร์ดธรรมดาจะกดพร้อมกันได้แค่ 4-6 ปุ่มเท่านั้น  ทำให้ผู้เล่นเกมสามารถเล่นเกมคำสั่งเยอะ ๆ ได้  รวมถึงการใช้งานเองก็มีอายุยาวนานมากกว่าคีย์บอร์ดธรรมดาเช่นกัน
  • คีย์บอร์ดแบบแบน (Chiclet keyboard) จะใช้ปุ่ม Scrabble Tile ซึ่งเป็นแป้นพิมพ์แบบปุ่มแบนราบเรียบ เป็นคีย์บอร์ดที่ออกแรงกดไปที่ปุ่มไม่ต้องมากก็สามารถตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อคุ้นเคยกับการตอบสนองโดยรวมของคีย์บอร์ดแล้ว สามารถปรับตั้งค่าความเร็วในการพิมพ์ได้ เป็นคีย์บอร์ดที่ให้ความรู้สึกสบายในการใช้งาน ทั้งยังไม่ค่อยมีเสียงรบรบกวนในขณะที่พิมพ์อีกด้วย
  • คีย์บอร์ดเออร์โกโนมิกส์ (Ergonomic keyboard) เป็นคีย์บอร์ดที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เน้นความปลอดภัยของผู้ใช้ อาทิเช่น ช่วยลดอาการปวดเมื่อย หรือลดความเมื่อยล้าจากการพิมพ์เป็นเวลานานได้ ด้วยการที่มันได้รับการออกแบบมาให้ปุ่มต่าง ๆ อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แม้มันจะดูแปลก ๆ ไม่สวยงาม แต่พอได้ใช้งานจริง ๆ คุณจะรู้สึกว่าตัวเองพิมพ์ไปแบบสบาย ๆ เนื่องจากมือของคุณจะอยู่ในท่าทางที่เป็นธรรมชาติ ไม่ฝืนตัวเอง โดยตำแหน่งของปุ่มจะสอดคล้องกับท่าทางการวางมือและรวมไปถึงสรีระของมนุษย์มากขึ้น
  • คีย์บอร์ดคอมแพ็ค (Compact) คีย์บอร์ดเหล่านี้จะตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก เช่น แป้นตัวเลขจะถูกตัดออก เนื่องจากคีย์บอร์ดคอมแพ็คได้รับการออกแบบมาให้มีขนาดเล็กและเบาที่สุด เพื่อเน้นความสะดวกในการพกพาเดินทางให้ง่ายมากยิ่งขึ้น
  • แป้นพิมพ์ตัวเลข (Numeric Keypad) คีย์บอร์ดประเภทนี้จะเป็นแป้นพิมพ์ขนาดเล็กที่ประกอบด้วยแผงตัวเลขเป็นหลัก บางรุ่นอาจมีปุ่ม Tab, ปุ่ม Delete, ปุ่ม “00” เสริมมาด้วยเพื่อช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น ในบางสายงานที่ต้องพิมพ์ตัวเลขอยู่เป็นประจำ เช่น งานบัญชี, งานคำนวณ, งานเก็บสถิติ เป็นต้น หรือการทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่มักจะไม่มีแป้นพิมพ์ตัวเลข เพิ่มความสะดวกมากขึ้นในการทำงาน

การเชื่อมต่อของเมาส์และคีย์บอร์ด การเชื่อมต่อหลักๆ จะมีกัน 2 แบบ

  1. แบบมีสาย: แบบแรกเป็นแบบสายเป็นที่นิยมเพราะใช้งานง่ายมีไฟเลี้ยงตลอดเวลาไม่ต้องห่วงเรื่องแบตเตอรี่ สายมีความยาวสามารถเสียบจากหลังเคสคอมพิวเตอร์หรือตามพอร์ตของโน๊ตบุ๊ค บางรุ่นสามารถเก็บสายได้ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการพกพา                                                                                
  1. แบบไร้สาย : แบบที่สองเป็นแบบไร้สายในมีการใช้งานมากเท่า ๆ กับแบบสายแต่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะใช้ตัวรับสัญญาณหรือสัญญาณบลูทูธในการเชื่อมต่อทำให้สะดวกและเพิ่มการใช้งานที่อิสระมากขึ้น หากต้องลดสายบนโต๊ะทำงานเมาส์แบบไร้สายเป็นตัวเลือกดีที่สุด การเชื่อมต่อไร้สายสามารถเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ของคุณได้ 2 วิธี นั่นก็คือ เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth หรือเชื่อมต่อผ่านตัวรับสัญญาณ USB ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้ ก็จะมีวิธีการเชื่อมต่อที่แตกต่างกันดังนี้                                                                                
  • การเชื่อมต่อไร้สายผ่านตัวรับสัญญาณ USB

Receiver ก็คือ USB Receiver ที่มากับเมาส์หรือคีย์บอร์ด เริ่มต้นให้คุณเสียบนำ Receiver ไปเสียบที่พอร์ท USB พอร์ทใดพอร์ทหนึ่งของคอมพิวเตอร์ จากนั้นรอแค่ให้คอมพิมเตอร์ประมวลผลการเชื่อมต่อ ซึ่งระยะเวลาก็จะแล้วแต่ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์นั้น ๆ ด้วย บางครั้งก็อาจจะมีให้คลิกยืนยันว่า คุณอนุญาตให้ Receiver ใช้พอร์ท USB ได้หรือไม่ เป็นต้น

  • การเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth

การเชื่อมต่อในแต่ละรุ่นนั้น ก็จะมีความแตกต่างกันไป แต่จะมีหลักการคล้าย ๆ กันดังนี้ ซึ่งเริ่มต้นโดยการหาสวิตช์เปิด/ปิด ก่อน ซึ่งตำแหน่งก็จะอยู่ต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่ด้านหลังหรือไม่ก็จะอยู่ด้านข้างของตัวเมาส์หรือคีย์บอร์ด จากนั้นไปเปิดบลูทูธที่อุปกรณ์ของคุณ และมากดปุ่ม Connect ซึ่งตำแหน่งของปุ่มนี้จะต่างกันออกไปตาม สุดท้ายให้สังเกตจากไฟที่อยู่บนเมาส์หรือคีย์บอร์ด หากการเชื่อมต่อสำเร็จไฟจะติดยาว (ไฟไม่กระพริบ)

ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่ (สำหรับเม้าส์และคีย์บอร์ดไร้สาย)

ปกติเมาส์และคีย์บอร์ดแบบไร้สายรุ่นเริ่มต้นมักจะใช้แบตเตอรี่ที่เป็นถ่านขนาด AA หรือ AAA แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อ ซึ่งความแม่นยำ และประสิทธิภาพจะลดลงเมื่อแบตเตอรี่ไกล้จะหมด แต่ด้วยความที่ใช้งานหลายวันกว่าที่ถ่านจะหมด มันจึงทำให้เราไม่ทันได้เตรียมถ่านเอาไว้เปลี่ยน ส่วนเมาส์และคีย์บอร์ดไร้สายในรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจะมาพร้อมกับแบตเตอร์รี่ลิเธียมไอออนในตัว ทำให้สามารถชาร์จได้ เพิ่มความสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้เมาส์และคีย์บอร์ดไร้สายบางรุ่น ยังสามารถใช้สายชาร์จเพื่อเชื่อมต่อใช้งานได้ด้วย ช่วยให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

จะเห็นได้ว่าการเลือกเมาส์และคีย์บอร์ดที่มีการตอบสนองที่รวดเร็วและมีคุณสมบัติเหมาะสมตรงกับรูปแบบการใช้งานของเรามีความสำคัญ และ ส่งผลให้การทำงานของเรามีความรวดเร็วมากขึ้น มีความผิดพลาดที่น้อยลง

 

 

 

 

 

ท่านได้ลงทะเบียนแจ้งรับการเตือนเมื่อมีสินค้าในสต๊อก

product

ANITECH คีย์บอร์ด รุ่น P302

รหัสสินค้า: 11.317.511
217.00 THB ชิ้น
product

ANITECH คีย์บอร์ด รุ่น P202

รหัสสินค้า: 11.317.522
196.00 THB ชิ้น

ต้องการความช่วยเหลือ?

ลูกค้าสัมพันธ์ 02 338 0200 ตั้งแต่ 08.00-17.00 น.
พูดคุยกับเราผ่าน Webchat ตั้งแต่ 08.00-18.00 น

ติดต่อเราผ่านแบบฟอร์มออนไลน์
ลีเรคโกอยู่เคียงข้างคุณเสมอ เพื่อให้ทุกเรื่องในที่ทำงานเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ

คู่ค้าของเรา